เจอ-นี่-นั่น-โน่น (1)

January 26, 2012

ขอนแก่นสิบวันกับภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน :D

มีความฮุฮิ ดีใจโลดแล่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้วกับการออกต่างจังหวัด
ด้วยความคิดเห็นว่า ยิ่งไกลยิ่งดี ยิ่งลำบากยิ่งดี
, แต่ไม่รู้ดียังไงนะ !

คล้ายเป็นมโนสำนึก เป็นความชอบส่วนบุคคล
ดีใจที่จะได้รู้จัก ลงสัมผัสและคลุกคลี

เอาตัวออกห่างจากบทเรียนในห้อง
แล้วไปมองอะไรข้างนอกบ้าง เหตุผลเท่านี้
ก็ดีเพียงพอแล้วละนะ ฉันว่า.

ณ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น

1. วิวาห์

สองคู่ สองความขาวที่ดูฟูฟ่อง ,นึกคิดให้โรแมนติกอาจต้องใช้กำลังเข้าช่วย
ณ โมเมนต์นั้น เพียงแค่ชื่นชอบในความขาว แลดูอบอุ่นของชุดเจ้าสาวทั้งสอง

“อันที่จริงคนเราอยู่คนเดียวก็มีความสามารถดูแลตน สร้างความสุขให้กับตัวเองได้ดีในระดับหนึ่ง ฉันเชื่อแบบนั้น , แต่ก็เชื่ออีกเช่นกันว่า อันที่จริงคนเราก็สมควรจะมีใครสักคน มาดูแลกัน และสร้างความสุขแบบยกระดับให้แก่กันและกัน”

แต่ตอนนี้ยังอินกับความฟูฟ่องของชุดเจ้าสาวมากที่สุด!

2.เด็กน้อย (ภาษาอีสาน) หรือ เด็กเด็ก (ภาษากลาง)

ความเป็นเด็ก ไม่ใส่สาร ไม่ปรุงรส ,
เมื่อเขา่ยิ้ม ข้างในก็ยิ้ม
เมื่อเขาหัวเราะ ข้างในก็หัวเราะเช่นกัน
เมื่ออยากได้ ก็พูดขอ
พอเล่นเบื่อ ก็นอนหลับ

,

ในช่วงหนึ่งสนุกได้สุดใจภายใต้การคุ้มครองและความรัก  แต่พอช่วงเวลาเหล่านั้นผ่านไป ในตอนที่สมองพร้อมทำงานอย่างเต็มกำลัง อะไรหลายอย่างก็เปลี่ยนไป

ความเป็นจริงคือทุกคนต้องเติบโต แต่อย่าลืมส่วนผสมแห่งความเป็นเด็กก็เท่านั้น
หากมีมันเราอาจจะเหนื่อยกันน้อยลง.

3. ชรา-อายุ 

ฉันว่าึคนแก่แผ่รังสีความเย็นออกจากตัวได้ เป็นอารมณ์ร่มๆไม่้ร้อนไม่รีบ สัมผัสได้หากอยู่ใกล้ หากมองย้อนกลับไปในวัยเด็ก มันเหมือนกราฟที่พยายามลากขึ้นสูงในช่วงกลางด้วยการออกแรงลำบากกายต่างๆนานาสุดท้ายเมื่อพอใจก็ดับเครื่องลงเขาคืนสู่สามัญอันนี้จัดว่าเป็นวัยชรา ซึ่งช่วงนี้เราแทบไม่ได้ออกแรงเลย มันเป็นไปเอง , ในเมื่อเริ่มต้นและสุดท้ายมันก็คือจุดๆเดียวกัน–บางอย่างที่เราทำ เป็นการออกแรงมากเกินควรหรือเปล่า? แน่นอนฉันอยากเดินไปข้างหน้า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องขึ้นสูง.

 

*โปรเจกต์ เจอนี่นั่นโน่น:D
** Smild

 

 

 

Spoonful Zakka&Cafe’

September 19, 2011

“Spoonful Zakka&Cafe”
คาเฟ่น่ารักเปิดใหม่ที่ซอยหลังสวน
หลงรักมาก:)
ใกล้เคียงจินตนาการร้านชาสีขาวสุดนิ่งขายหนังสือขายเครื่องเขียนในฝันแบบที่สุด!

เนื่องด้วยไปเวิร์กช้อปทำ Strawberry Short Cake กับที่ร้าน
หวังใจไว้ว่ากลับบ้านมาทำเป็นอย่างแน่แท้
แต่ไม่เลย มัวแต่กรี๊ดสรรพสิ่งกุ๊กกิ๊กรอบกาย
เวลาล่วงไป ได้ชอร์ทเค้กเป็นที่ระลึกสองถ้วย
และใจที่พองโตเป็นอย่างมากกลับมา<3


มาทำ Short Cake!

เสร็จเรียบร้อย และอร่อยมาก:P

แล้วแพ็กกลับบ้าน ;o

จากนั้นก็เป็นเวลาเดินตระเวนร้าน

น่าร้ากกก :D

,

ปิดเทอมขนาดเล็กที่สุดตั้งแต่จำความได้
ยาวนาน 2 อาทิตย์!

เลือกที่จะไม่พักผ่อนทำตัวยุกยิกๆ
ที่สุดเท่าที่จะทำได้

ไปเรียนเย็บผ้าหมายใจว่าจะตัดกระโปรงใส่เองและแจกจ่ายและขายต่อ;)

สุดยอดความภูมิใจที่ทำได้จากการปิดเทอม
แล้วอยู่บ้าน เล่นคอมพ์จนเสียงหายไป
คือการกู้เสียงกลับมาตามวิธีจากกูเกิ้ล!

The Girl , กับเรื่องเล่าฉบับที่1

August 22, 2011

ฉันมันมนุษย์ประหลาด
ประหลาดมาตั้งแต่จำความได้
หากเทียบเคียงกับทฤษฎีบ้า-ไม่บ้า
ที่เขาว่ากันบ้า พวกคนบ้า จะคิดว่าตัวเองไม่บ้า
ในเคสความประหลาดของฉัน
ไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องใดๆกันเลย
ฉันเป็นคนประหลาดอย่างแท้จริง
เข้าใจและยอมรับมัน,ว่าฉันมันสุดพิลึก

ในวาระการมีอายุครบ24ปีอย่างสมบูรณ์เมื่อวานนี้
ฉันตั้งใจรวบรวมสติ
สรุปบัญชียอดความคิดกึกกือบิดเบี้ยว
นับแต่ที่ดูเป็นชิ้นเป็นอันมีหลักฐานและข้อสรุป
ยอมรับจากใจตนเองและคนใกล้ชิดอีกสักคน สองคน
โอ,จะว่าไปอย่าไปสนใจเรื่องตัวเลขเลย
เรามาก้าวข้ามหน่วยการวัดทั้งปวงกันดีกว่า
เหล่านี้มันสร้างปัญหาพอๆกับไอ้พวกคำคุณศัพท์
บอกสวย บอกรวย บอกเท่
อยากได้ฟัง อยากได้ยิน ที่สำคัญอยากจะเป็น
ล้วนแล้วแต่สร้างปัญหา,นอกเรื่องนอกประเด็นไปสักนิด

เรื่องราวพิลึกกึกกือยุกยิกเน้นกุ๊กกิ๊ก
มากมายหลายครั้งก็เกี่ยวกับอะไรประมาณว่า
“ฉันเกิดมาทำไม?”
ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้มีน้ำเสียงออกไปทาง
น้อยใจชะตาชีวิตแต่ประการใด
ก็แค่มันสงสัย คำถามจึงผุดออกมาเพื่อแสดงความอยากรู้
จนกว่าคำตอบจะแจ้งชัด เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น
ฉันถึงจะสามารถกำจัดมันไปได้สิ้น
ซึ่งแน่นอนไม่ใช่ตอนอายุ 24ปี กับ 1วัน

เพียรพยายามมองปัญหา
แลปมในจิตใจมาตั้งแต่วัยเยาว์
แต่ไม่เคยจะเพ็งเจาะเจอเหตุแห่งความประหลาดแต่ประการใด

พ่อแม่ ที่ฉันเรียกท่านว่าป๊า-ม้า มอบความรักให้ฉันในระดับที่เรียกได้ว่าครอบครัวอบอุ่น
ที่สำคัญมีให้เท่ากันทั้ง4พี่น้อง,อาจจะไม่เป๊ะ แต่ก็ไม่ขนาดสร้างปัญหาเบาะแว้งระแคงใจ

ฉันเป็นพี่คนที่สอง
เป็นน้องคนแรก
มีน้องสองคน
มีพี่หนึ่งคน
ฉันเป็นลูกสาวคนที่หนึ่ง
แต่ถ้าจะให้เรียงจริงๆจะได้ว่าฉันเป็นลูกคนที่สอง
พูดยากไป , เอาใหม่ จะแสดงลิสต์ให้ดูโดยละเอียด..
พี่ชาย,ฉัน,น้องสาวหมายเลขหนึ่ง,น้องชายหมายเลขหนึ่ง(แต่เป็นลูกคนที่สี่)
:D ละเอียดยิบ

พวกเรารักใคร่กลมเกลียวกันดี
ทะเลาะเบาะแว้งตบตีกันบางที
ในเรื่องขนมลูกอม ตุ๊กตา เสื้อผ้า อะไรปกติ

ในด้านการศึกษาตั้งแต่ชั้นอนุบาลจวบจนมหาวิทยาลัย
ท่านป๊า-ม้า ได้ตั้งใจเลือกสรรโรงเรียนให้ฉันเป็นอย่างดี
จนชั้นมหาวิทยาลัย ฉันก็ตั้งใจเลือกสรรที่นั่งให้ตนเองโดยเหมาะสมอีกเช่นกััน
กล่าวคือ ฉันไม่อ่านหนังสือหนังหน่วงบ้าคลั่งจนขั้นเครียด
เพราะเชื่อว่าจะมีแรงดึงดูดระหว่างฉันกับที่นั่งที่มหาวิทยาลัย
สุดท้าย มันก็มีอยู่จริงๆ ฉันชอบที่นั่น และไม่เคยคิดสักครั้งที่จะซิ่วไปไหน
แม้มันจะยวนใจคนอย่างฉันมากก็ตามที , ในแง่ที่ว่า
หากฉันรู้จักคำกริยาตัวใด ยากยิ่งที่จะเลี่ยงไม่ลองทำคำกริยานั้นดูสักครั้ง
(หากมันไม่ใช่สิ่งชั่วร้ายพวก ลักทรัพย์ ฆ่าคน เล่นพนัน ข่มขืน..เหล่านั้น)

และกับบุคคลอันทรงพลังนาม เพื่อน ยิ่งแ้ล้วใหญ่
ปริมาณไม่มาก แต่คุณภาพคับคั่ง
โอ้ , เลี่ยงในประเด็นคุณภาพทิ้งเสียดีกว่า
เรียกว่า เหมาะสมและเคียงคู่กันได้อย่างสบายใจสุดๆ
ไม่ถึงกับมองตาแล้วรู้ใจ ก็ต้องมีพูดจากันสักเล็กน้อยก่อนก็จะเข้าใจกันโดยง่ายดาย
และสิ่งนี้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งแต่ฉันเชื่อว่าส่งแรงดึงดูดถึงกัน
พวกเราทุกคนถูกติดแม่เหล็กแห่งความลับเอาไว้ที่ไหนสักแห่งในร่างกายมาตั้งแต่เกิด
สักวันยังไงเราก็ต้องพบกัน , หากคุณไม่ทำแม่เหล็กหล่นหายหรือทิ้งไว้นานเสียจนหมดอายุ

พูดง่ายๆว่าฉันเชื่อในเรื่องของ “พรหมลิขิต” อย่างเต็มหัวใจ
มันมีให้ได้กับในทุกเรื่อง ไม่ได้แค่ว่าจะเป็นแค่เฉพาะกับคู่แท้ปาฏิหารณ์แห่งความรักเพียงเท่านั้น
ซึ่งเรื่องนั้นฉันยังหาไม่พบ , และไม่ค่อยแน่ใจว่าแม่เหล็กสำหรับคนๆนี้หมดอายุไปแล้วหรือยัง
เข้ามาบ้าง เข้าไปบ้าง ประปราย แล้วหายไป อย่างวัยรุ่น
บางช่วงแสนสุข ส่วนบางช่วงก็ยากลำบาก
และฉันก็จะไม่บอกอย่างเด็ดขาดว่า
โอ้ , ฉันชอบชีวิตโสดอย่างเหลือเกิน หรือว่า
โอ้ , คนรักอย่างฉันวิเศษณ์อย่างที่สุด หรือว่า
โอ้ , คนอะไรระยำจัง
มันแล้วแต่ช่วงชีวิต ความพอดี และรอบเดือน
ไม่มีใครจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้้ได้ทั้งหมดความความคิดของเรา
ไม่มีใครอยากจะสร้างความบาดเจ็บไม่ลงรอยต่อกัน
บอกแล้วมันเป็นเรื่องของ ช่วงชีวิต ความพอดี และรอบเดือน

.
.
.
เหนื่อยนักก็พักหน่อย
แล้วฉันจะรีบกลับมาเล่าให้ฟังต่อละกัน
จากลากันในวันแรกของนักเล่าด้วยคอลเล็กชั่นนักนอน บันดาลใจ

(สุดท้ายเป็นการนอนกับแตงกวา , เพื่อสุขภาพของตา )

credit :: tumblr

“My Boys” – Taken By Trees

There isn’t much that I feel I need
A solid soul and the blood I bleed
But with a little girl, and by my spouse,
I only want a proper house

I don’t care for fancy things
Or to take part in the freshest wave,
But to provide for mine who ask
I will, with heart, on my father’s grave

On my father’s grave
(repeat)

I don’t mean to seem like I
Care about material things,
Like a social status,
I just want
Four walls and adobe slats
For my boys

(เนื้อเพลงโดนฉันแต่ระวังไว้ที่ว่า ไม่ได้มี father’s grave)

Eyes , เขิน

August 10, 2011

(หากเหมือนว่าไม่มีอะไรจะทำจริงๆจังๆ)

เกือบสี่ชั่วโมงเต็มในร้านกาแฟที่วางใจแถบชานเมือง
คุณสมบัติเด่น เอาไว้หลบเวลา
เน้นย้ำว่านี่ไม่ใช่การฆ่าเวลา เป็นเพียงการหลบซ่อนตัวเองจากภายนอกที่ค่อนข้างวุ่นวาย
เข้ามาภายในร้านกาแฟที่ไม่ได้วุ่นวายกว่า (แต่ก็ยังไม่หลุดพ้นออกจากโปรแกรมความวุ่นวายซะทีเดียว)

Soy Milk Green Tea Frappuccino ขนาด Tall ราคา 160 บาทถ้วน
แม้พนักงานขายจะล่อใจด้วยคำว่า “วิปครีมด้วยมั้ยคะ?”
แต่ฉันต้องปฏิเสธไป แม้จะชอบทานวิปครีมมากแค่ไหน
แต่ด้วยความเป็นหญิงทำให้เราต้องตัดสินใจทำอะไรที่มันยากกว่าความคิดแรก
อีก 1 stepอยู่เสมอ
, หากอยากทาน ก็ต้องบอกว่าไม่ .. (เพื่อน้ำหนัก ๆ ๆ ๆ)

องค์ประกอบ
หนังสืออ่านเล่นเล่มโต ‘The Wind-Up Bird Chronicle’ โดย Haruki Murakami
สมุดจดพร้อมปากกาแบบลื่นโดนใจ (นิยมสีดำหมึกเจลหัว0.5)
สายตาฉับไวและรุนรานไปบ้างในบางเวลา
เก้าอี้โซฟาสุดนุ่มในมุมดี

ผลลัพธ์
นิยาย 80 หน้า
เรื่องราวมหาศาลกระแทกหัว
ผู้คนเคลื่อนไหวมาพร้อมกับความน่ารักส่วนบุคคล
ไม่ยักกะง่วงแฮะ :)

สิ่งเด็ด,บางช่วงบางตอนจาก The Wind-Up Bird Chronicle 

“เป็นไปได้หรือที่มนุษย์คนหนึ่งจะเข้าใจอีกคนได้ถึงขั้นลึกซึ้งถ่องแท้?
เราอาจจะอุทิศพลังงานและเวลา ทุ่มเทสุดอุตสาหะที่จะทำความรู้จักใครอีกคน
แต่ในท้ายที่สุด เราเฉียดเข้าใกล้แก่นกลางของคนผู้นั้นได้มากสักแค่ไหน? “

“ชะตากรรมของมนุษย์เป็นสิ่งที่เราหันกลับมามองตอนที่เรื่องราวผ่านไปแล้ว
ไม่ใช่เรื่องที่เราจะมองไปข้างหน้า”

“รู้ไหม? เรื่องบางเรื่องน่ะ ถ้านำมาพูดคุยกัน แทนค่าด้วยถ้อยคำ ก็จะกลายเป็นเรื่องไม่จริง”

(โครมครามมากกว่านี้อีกสามเท่าแต่คัดมาเพียงบางส่วน)

สตาบัคส์วิเคราะห์ ตอน ทำไมต้องสตาบัคส์

หลายครั้งหลายคราที่ฉันเลือกไว้วางใจในสตาบัคส์สาขาใกล้บ้าน
เพราะเหตุใดทำไม ฉันถามตัวเองและแอบส่งใจไปถามลูกค้าร่วมร้าน
ด้วยคำถามที่ว่า “ทำไมต้องสตาบัคส์?”
สำหรับฉันที่ไม่ได้ทานกาแฟ และยังมองว่าราคาต่อแก้วนั้นยังสูงเกินไป
แต่ทั้งหมดทั้งมวล ความรู้สึกประมาณว่าโลกหมุนช้า อ่อยอิ่ง แสนสบาย ยังเกิดได้เสมอ
มองไปโดยรอบวิเคราะห์เบื้องต้นแล้วพบว่า

1.การตั้งราคาที่แพงสักเล็กน้อย แน่นอนเป็นวิถีการสกรีนลูกค้าในเบื้องต้น
ความไว้วางในความมีระดับ ฮิฮิไฮไฮที่มีต่อกัน
เสริมสร้างความปลอดภัยในใจลูกค้าบางราย

2.ชื่อเมนูที่ต้องอาศัยความคุ้นเคยในการสั่งสักเล็กน้อย
ความซับซ้อนในการจัดวางเรียงลำดับคำขยาย
ดังเช่นเมนูประจำ Iced Tall Green Tea Latte
ซึ่งฉันจำไว้ขึ้นใจ , หาเมนูประจำใจ , แล้วจำไว้เป็นแพทเทิร์น
เพราะถ้าให้เรียงใหม่ให้กับเมนูอื่น ฉันก็สั่งไม่ถูกเหมือนกัน
กลยุทธ์ข้อนี้ เป็นประโยชน์สำหรับการเชื่อมโยงสัมพันธ์ฺ
สร้างลูกค้าให้เป็นขาประจำ
เพราะไหนๆก็ท่องชื่อเมนูได้ขึ้นใจแล้ว,เลยต้องมาสั่งโชว์โปรบ่อยๆ ;)

3.ดวงไฟสีเหลืองนวล ขอย้ำ ต้องสีเหลืองนวลเท่านั้น
ไม่ขาวเจิดจ้าแบบสว่างเห็นสิว
ต้องลางๆบางๆ พอเห็นเงาสลัวยามขีดเขียน

ชุดเฟอร์นิเจอร์สีไม่จัดจ้าน
ถึงแม้เก้าอี้โซฟาบางตัวจะเป็นสีแดง
แต่นั้นก็ไม่ใช่แดงแปร๊ดมันเป็นแดงเลือดหมู
เอ๊ะ! รึว่าเป็นสีน้ำตาลหว่า นั่นแหละค่ะ

แถมไปเลยไม่ต้องขึ้นข้อใหม่
เปิดเพลงสากลฟังสบายคลอเบาๆ
ไม่ใช่เพลงไทยที่ร้องตามได้
เพราะการร้องตามได้มันส่งผลต่อการโยกหัวตาม
เปิดเอาไว้แค่ผ่านหูและยังช่วยกลบเสียงจ๊อกแจ๊กๆได้เล็กน้อย

ทั้งหลายเหล่านี้สร้างความรู้สึกประมาณว่าโลกหมุนช้า อ่อยอิ่ง แสนสบาย
เก้าอี้ทุกหน่วยของร้านจึงเต็ม!

เต็มในรูปแบบที่ว่าฉันรู้สึกว่าคนโต๊ะข้างๆ
นั่งโต๊ะเดียวกับฉันเลยทีเดียว
ไม่น่าจะไกลเกิน1ช่วงแขนแบบที่หดสั้นแล้ว
เราใกล้และเป็นมิตรกัน
ความรู้สึกเป็นมิตรกันมากเสียจนกระทั่ง
ชายที่พบฉันเพียงไม่เกิน10นาที สามารถไว้เนื้อเชื่อใจ
ฝากให้ฉันดูแลของมีค่าให้ ระหว่างไปปฏิบัติภารกิจลับ ;|

เสริม
แต่สำหรับชายอีกคน เขาอาจจะไม่รู้สึกว่าระยะ1ช่วงแขนสั้น
สร้า่งมิตรภาพระหว่างเราได้ ระหว่างที่ไปปฏิบัติภารกิจลับเขาไม่ได้
สั่งเสียอะไรไว้ก่อนเลย เพียงแค่เดินออกไปเฉยๆแล้วกลับมา

หากเป็นคุณจะเลือกทำแบบไหนระหว่าง
1. ฝากของเอาไว้กับสาวแปลกหน้าที่เหมือนจะนั่งโต๊ะเดียวอยู่แล้วเนี่ย
2. ก็วางมันเอาไว้เฉยๆแล้วเดินจากไป

สำหรับฉันคาดเดาว่าจิตใจระหว่างไปปฏิบัติภารกิจลับคงไม่ต่างกัน
กังวลเล็กน้อย คาดเดาไม่ได้ น้ำหนักพอๆกัน ตุ้มๆต่อมๆ รีบไปรีบมาดีกว่าเรา
แล้วจะเลือกข้อไหนดีนะ, ???????
ในเมื่อสรรหาความปลอดภัยจากอะไรสักอย่างไม่ได้เลย

เกินคาดตอนนั่งเฉยๆ

1.ได้รับแจกขนมให้ชิ้มฟรีตั้งสองชิ้นแหนะ ;)
เป็นเค้กสตอเบอรี่เนื้อนุ่มสุดหอม กับ บลูเบอรี่ชีสพาย ที่มันอร่อยมากแบบให้ตาย

2. เจอดาราตั้งสามคนแหนะ (ฮิฮิ)
เป็นดาราแฝดร่างล่ำ , เดอะสตาร์ที่ไม่ดังเท่าไหร่ , คุณแม่ใจดีในละครหลายเรื่อง

คิดได้ตอนนั่งเฉยๆ  (แบบพี่นิ้ว) + สอดส่ายสายตามองหาเรื่องราว

1.อ่านหนังสือ อย่ารีบอ่านให้จบ
มันลุ้นก็จริงอยู่ว่ามันจะจบยังไงนะ
แต่คุณค่าระหว่างนั้นมันจะหายไปไม่รู้ตัว ,

การทำงานสิ่งใดไม่ใช่เพียงมุ่งหวัง มองหาความสวยงามในตอนท้าย
ขอแค่เพียงใส่ใจในสิ่งที่ทำ แล้วสิ่งดีๆก็จะสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทาง
โดยที่งานนั้นมันยังไม่จบเสียด้วยซ้ำ

คืออย่าไปมองว่า1งานมี1ความสำเร็จ ได้ผลเป็น1สุข
แต่อันที่จริงแล้ว ความสุขมันเกิดได้ตลอดทางแบบคาดเดาจำนวนล่วงหน้าไม่ได้เลย

2. คนที่เหมือนกันมักจะดึงดูดกัน (ได้ยินมาบ่อยและเชื่อมาเสมอ)
เจอกับตัวซะหลายคู่ที่เดินผ่าน มันทำให้ทฤษฎีนี้ดูหนักแน่นขึ้นอย่างน่ารัก

ดังเช่น พ่อฝรั่งสุดเนิ้ดกางเกงขาสามส่วน ถุงเ้ท้าดึงตึงเกือบถึงเข่าแต่ไม่เท่ากันอย่างมีนัยสำคัญ
ควงคู่ มากับภรรยาสาวไทยไม่เอ็กซ์ไม่อึ้มไม่ดำออกเป็นว่าเนิ้ดๆเหมือนกัน
เชื่อแล้วว่าเขาต้องคู่กัน เลยอยากพิสูจน์ทฤษฎีต่อไปที่เขาว่ากันว่า
พ่อแม่เ้ป็นแบบไหน ลูกจะเป็นแบบนั้นด้วย (ฮิฮิิ)

ว่าแล้วฉันจึงเบนความสนใจพุ่งตรงไปที่ถุงเท้าของลูกชายตัวน้อย
(ฮิฮิ) เป็นตามคาดดึงตึงเกือบถึงเข่า และสั้นยาวไม่เท่ากัน

,มันเป็นความเลวร้ายของความคิดฉันที่ห้ามไม่ได้จริงๆ
แต่ทั้งหลายเหล่านี้ ฉันก็มองว่าพวกเขาน่ารักนะ

3.สิ่งเหล่านี้สมควรจะถูกเรียกเป็นสลัดผักได้หรือไม่
หากในชามนั้นมีเพียงแค่ ข้าวโพด ฟัดทองย่าง และไข่นกกะทา
หากฉันชอบทานสามอย่างข้างต้น
แต่ต้องคีบผักมีใบทั้งหลายเพื่อให้สมกับความเป็นสลัดผัก
มันสมควรแล้วหรือไม่?

4.ข้าขอคารวะ สตีฟ จอบส์  งามๆสักสามที
ความหนาแน่นของลูกแอปเปิ้ลกระจายไปได้ทั่วไทยและทั่วโลก

5.การที่เราขาดนิสัยเสียประเภทไหน
มันก็หมายความว่าเราขาดความสามารถในการต้านทานนิสัยเสียประเภทนั้น
ไม่ให้เข้ามากระทบใจ , รุนแรงกว่านิสัยเสียอื่นๆที่พอจะมีอยู่บ้างแล้วในตัวเอง

6.เจเล่บิวตี้บริโภค อย่างมากก็ไม่เกิน 65 Kcal ต่อซอง
เป็นอาหารลดความอ้วนได้จริงแท้หรือไม่อันนี้ไม่ทราบ
แต่ที่ทราบฉันกำลังจิตกับมันอย่างสุดๆ

7.เพิ่งทราบไม่นานมานี้ว่า หนังสือก็มีเหา
เขาเรียกขานมันว่า “เหาหนังสือ” ไม่ได้กัดกินเลือด
จริงแท้แน่นอนเพราะหนังสือไม่มีเลือดให้กัดกิน
หรือหากจะจิกแทะ อันนี้ก็ไม่ทราบชัด
ว่ากันว่ามันจะมาพร้อมกับความชื้น!

8. เสื้อผ้ากับป้ายเซลล์
เมื่อมาอยู่ด้วยกัน
มันทำให้เสื้อตัวนั้น
แลดูสวยงามขึ้น
อย่างไร้ตรรกะ

9.ฝึกทักคนผิดบ้างก็ดีนะ
ส่วนมากอยากให้เริ่มต้นจากความไม่ได้ตั้งใจ
มุ่งหวังจะ เฮ้! เต็มที่ เพื่อนฉันน่ะ เพื่อนฉัน
แต่ เฮะ! เออ.. อา.. เอ..

เต๊ะหน้านิ่งแล้วเดินจากไป

ทำให้ได้คุณจะเป็นยอดคน
(อย่างน้อยก็ในกรณีนี้ ทั้งที่ภายในป่นปี้
แต่ฉันยังคงต้องเดินต่อไป)

10.เวลาขับรถ เลนขวาสุดมีไว้สำหรับรถใช้ความเร็ว
ใครขับเร็วก็เชิญเลนขวา
ทุกคนที่รีบร้อน จึงเหยียบคันเร่งสุดพลัง แล้วต่างพาตัวเองไปอยู่เลนขวา
แต่ทำไมไม่เร็วดังใจหวัง?

เมื่อคนส่วนใหญ่อยากเร่งให้ถึงที่หมาย
พากันไปเบียดออกันที่เลนขวา ทำให้รถทุกคนไม่สามารถใช้ความเร็วได้อย่างใจหวัง

จึงมีบ้าง ในบางที ที่รถเลนซ้ายจะแอบขับแซงไปโดยไม่รู้ตัว

11.
ความจริงของเธอ
คือ
ความลับ

ความลับของฉัน
คือ
ความจริง

ปล. อิ่มสลัดผักหลอกๆ (มีไข่นกกะทา มีข้าวโพด กับฟักทองย่าง)

69-88, Still!

June 26, 2011

69

ในความคิดของฉันเธอคือปรัชญา
คือภาษาที่เข้าใจ
คือบทกวีที่ฉันไม่เคยเขียนให้ใคร

ยังมีบางมุมของฉันที่หวังให้เธอรู้จัก
คงต้องใช้เวลา
คือจิตรกรรมในความคิด

และมันคือปริศนา

( Oasis – Teddy Ska Band)

70

ออกสัมภาษณ์ในฐานะ a team junior8
เป็นนัดสุดท้าย คราวนี้เป็น
ชมรมคนรักปลาทอง
และ ชมรมนักพับกระดาษไทย

ใครจะไปรู้ว่าอันที่จริง
“ปลาทองไม่ได้ความจำสั้น
มันจำเสียงเรียกของเจ้าของได้
และน่าตกใจมากกว่านั้น
ถ้าฝึกมันดีๆ มันสามารถเลี้ยงลูกบอลเข้าประตูได้ด้วยนะ!”

ตามหาอ่านกันได้ที่ a day เล่ม130 ฉบับชมรมค่ะ:D

เป็นเวลากว่าเดือนที่คลุกคลีอยู่กับวิถีชมรม
มันทำให้ฉันรู้แล้วว่า
การที่คนเราจะรักและชื่นชอบอะไรสักสิ่งหนึ่ง
มันสำคัญและสร้างพลังให้กับพวกเขาได้แค่ไหน

71

“ยิ้มกันวันธรรมดา”
ชื่อชมรมที่ฉันสถาปนาตนเป็นหัวหน้า
ในวันที่รถติด และคิดอะไรไม่ออก
เสียงโทรศัพท์ดังพร้อมกับงานในการคิดชื่อชมรมของตนเอง
..
..
รถตู้คันหน้าติดสติกเกอร์รูปยิ้ม:)
และนี่ก็คือจุดกำเนิดชมรม
“ยิ้มกันวันธรรมดา”

อยากจะให้ทุึกวันธรรมดาของคุณมีแต่รอยยิ้ม
อันหมายความรวมถึงวันเสาร์ อาทิตย์
และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ที่คนเรามักหาเรื่องให้ยิ้มกันง่าย
สบายอยู่แล้ว.

72

ความเคยชินมันก่อตัวขึ้นแสนง่าย

73

ฉันคงเป็นมนุษย์รักสงบ
อยู่ลำบากกับสถานการณ์ขัดแย้ง

74

นักจับความรู้สึก
อาจจะเหมือนถูกหวย
ที่ได้เดาใจใครต่อใคร
โดยที่ยังไม่ต้องบอก

นักจับความรู้สึก
ขอเพียงแค่ช่วงเวลาได้ชิดใกล้
อีกสักพักจะเข้าใจ
แล้วนักจับความรู้สึก
จะสามารถปฏิบัติงานได้เอง

“รู้ได้ไงวะ”
คำนี้เหมือนเป็นรางวัล
,
ไม่ใช่อยากจะรู้เรื่องของใครต่อใครไปทั่ว
แต่นักจับความรู้สึกให้ความสำคัญกับความรู้สึก
ที่สัมผัสได้โดยไม่ต้องเอ่ยถามหรือพูดบอก

มันย้ำให้เข้าใจ
ว่าเรานั้นใกล้กัน:)

75

ออกสตาร์ทจากจุดเดียวกัน
เมื่อเวลาผ่านไป
ด้วยทั้งหมดแรงและอ่อนล้า

ตอนนี้เราจึงอยู่กันคนละตำแหน่ง
มัวแต่ตั้งใจมุ่งที่จะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
จนลืมหันมามองกันและกัน

76

เต้นบ้างในวันหยุด
,
แอลกอฮอล์ถูกจับเป็นผู้ร้าย
ในข้อหาที่มันให้โทษ
,
แอลกอฮอล์ยังคงแอบออกมาจากกรงขัง
แล้วขยันทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี
,
สร้างบรรยากาศ!

77

ฉันมีพี่น้องสามคน
ฉันเป็นลูกคนโต :)

บ้านฉันจึงมี
ลูกคนโต
ลูกคนกลาง
และลูกคนเล็ก

หลากทฤษฎี
บ้างอ้างเป็นข้อสรุป
ถึงนิสัยใจคอของลูกที่อยู่กันคนละตำแหน่ง

แต่สุดท้าย
ทุกคนก็ยังรักกัน

78

ซองจดหมายอย่างดี
ข้างในเป็นดีวีดี
จ่าหน้าซองถึงเพื่อนฉันนาม “ศิรภา”

ที่อยู่บอกมาว่าจากแถวสุขุมวิท (อันที่จริงทราบบ้านเลขที่แต่ขอปิดเอาไว้)
ผู้ส่งนาม “เป็นเอก รัตนเรือง”

พี่ต้อม
พี่ต้อม
พี่ต้อม

พี่ต้อม เป็นเอก ส่งดีวีดี “เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล” มาให้โว้ยยยยยยยย!
,
ขอบคุณศิรภา
และเรื่องราวเมื่อสี่ห้าปีที่แล้ว:D
ที่ทำให้ติดในรสชาติความเป็น เป็นเอก

หากจะถามว่าฉันเข้าใจมันทั้งหมดหรือเปล่า
เต็มใจที่จะเปิดเผยเลยว่าไม่
แต่รู้สึกกับมันทุกเรื่องหรือเปล่า
เต็มใจที่จะเปิดเผลเลยว่าเกือบ

หนังที่ฉันชอบอาจจะไม่ใช่หนังที่ใครบอกว่าดี
แต่หนังที่ฉันชอบ เป็นหนังที่ดูแล้วรู้สึก
รู้สึกไปทิศทางไหนก็ได้ไม่จำกัด
ขอแค่ว่าพอดูจบ แล้วมันยังวนเวียนอยู่กับเราไปสักวันสองวัน
อันนี้ถือว่าใช้ได้

(แต่สำหรับเรื่องรักน้อยนิดมหาศาล
มันวนเวียนในใจฉันมาแล้ว
กว่าสี่ถึงห้าปี:) )

79

ในตอนที่ไร้จุดยึดเกาะ
ฉันเคว้งคว้าง
อยากจะหาทางออก

ในตอนแรกที่คิด
ฉันแน่ใจว่าประตูทางออกมีอยู่แค่ทางเดียวเท่านั้น

จึงมุ่งมั่นอย่างเต็มแรง
ที่จะเดินทางไปหามัน
แต่เมื่อเดินไปเรื่อยๆ
ระยะทางที่ไกลขึ้น
มันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเคว้งคว้างมากกว่าเก่า

ฉันจึงหยุด
นั่งพัก
หลับตา
หายใจเข้าสุดแรง
ลืมตาขึ้นอีกครั้ง

แล้วพบว่าตลอดทางที่ผ่านมา
ฉันพลาดที่จะก้าวออกไป
ตั้งหลายครา ประตูทางออก
อันที่จริงมันมีอยู่มากกว่าหนึ่ง
เพียงแค่ฉันไม่เคยใส่ใจมอง

อาจจะไม่ได้เดินย้อนกลับ
แต่ฉันกำลังเดินก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อน
รีบจับคว้าประตูบานที่ใกล้มือที่สุด
เปิดมันออก แล้วก้าวออกไป.

80

อยากจะมอบให้สักวันเป็นวันผักๆ
วันที่ฉันจะกินแต่ผัก:D

เริ่มต้นจาก

สลัดผักสารพัดอย่าง
สนุกกับการเลือกน้ำสลัดหลากรสฅ
ราดเทแล้วคลุกเคล้า
สดชื่นในสุขภาพ
ที่กำลังจะดี
(อย่างน้อยก็สัก1วัน)

,
นึกไปถึงร้าน สลัดคอนเซปป์ที่เชียงใหม่
ร้านอะไรสลัดอร่อยเป็นบ้า
และอย่างที่เคยบอกไปแล้ว
เปิดเพลงดีแบบสุดๆ
(Belle and Sebastian แบบทั้งอัลบั้มไม่ใช่แค่เพลงสองเพลงนะ)

81

เดินเล่น Gourmet Paragon
เพิ่งตกใจกับความมากมาย
ของแกงกระหรี่ญี่ปุ่นแบบสำเร็จรูป
ที่วางเกลื่อนชั้นวางแบบเลือกกันไม่ถูก

กลับมาบ้านไม่รอช้า
รีบเสิร์ชเน็ตหารีวิวแนะนำว่ายี่ห้อไหนกันนะ
ที่เป็นสุดยอดแกงกระหรี่ญี่ปุ่น
เหมือนจะได้คำตอบและอยากไปซื้อกลับมาทำแบบมากที่สุด

แต่ลืิมไปว่า “ทำไม่เป็น!”
,
เสิร์ชเน็ตจดสูตรวิธีการทำในทันใด
และค้นพบว่ามันสนุกใจมาก
(แม้ว่าจะไม่ได้ลงมือทำเลย)

“ข้าวแกงกระหรี่ญี่ปุ่น”
การทำนั้นไม่ยาก เริ่มจาก
1.เดินไปหาซื้่อก้อนทำแกงกระหรี่แบบสำเร็จรูปตามห้างสรรพสินค้า
2.ก่อนจะเริ่มทำในข้อที่หนึ่งได้ เราควรรู้ก่อนนะคะว่า
ระดับความเผ็ดที่เขาวางขายกันมันมีอยู่สามรส คือ

เผ็ดน้อย  : Ama Kuchi
เผ็ดกลาง : Chuu Gara
เผ็ดมาก   : Karai Kuchi

เลือกกันตามอัธยาศัยความชอบใจ

3.ทราบข้อที่สองก็กลับไปทำตามข้อที่หนึ่ง
4.อันนี้ไม่ได้กวนแต่ว่าสูตรการทำลองเสิร์ชกันดูเองนะคะ :)

82

ความใจเย็นนั้นดี
แต่บางครั้งก็เกรงว่ามันจะกัดกร่อนตัวเอง
ไม่รีบร้อนที่จะแสดงท่าที
แต่บางครั้งก็เกรงว่ามันจะกัดกร่อนตัวเอง

ทุกความรู้สึกและการแสดงออก
ล้วนมีความพอดีของมัน.

83

มนุษย์เราส่วนใหญ่ก็อยากจะเห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น
แต่พวกเราจะอยู่ได้ก็ต่อเมื่อ
มีแค่เพียงบางคนเท่านั้นที่เลือกจะแสดงความเห็นแก่ตัวออกมา.

84

สมุดบันทึกธรรมดา
จะกลายเป็นไดอารี่ประจำตัว
ในตอนที่มันมีฤทธิ์ช่วยเยียวยาจิตใจของเจ้าของได้สำเร็จ

85

86

ต่อไปนี้คือพลพรรคแก๊งยางลบ
ที่ผ่านกระบวนการแกะยางลบ
สุดยอดศาสตร์แสนน่ารัก เหมาะกับมนุษย์กุ๊กกิ๊กเป็นอย่างมาก

ฝีมือยังอ่่อนด้อย
แต่จรรโลงใจฉันดีชะมัด!

87

หยุด

88

เก็บมาฝากจากวันไปดูนก
ไปส่องดูนกที่สวนรถไฟมา
ผลที่ได้มีแต่ภาพเด็กๆกับจักรยาน:)

น่ารักมาก คาดเดาว่า งอนคุณพ่อ แล้วมาทำท่าสงบนิ่ง แสนจิ้มลิ้มดังภาพ

เด็กชายคนเดิมที่คราวนี้คาดเดาว่า หายงอนคุณพ่อแล้ว อยู่บนรถจักรยาน เคียงข้างป้ายห้ามจักรยาน

จักรยาน แบบพ่อคัน และลูกคัน แต่ไปด้วยกัน

:D

51-68,Learn a Lot..

May 21, 2011

51
ความรู้สึกที่มีให้แต่ละคนอาจจะไม่ซ้ำกันเลย
นิยาม
อาจทำให้ความเข้าใจคนเราคลาดเคลื่อนไป.

52
ศรัทธา,นำพาได้ดีที่สุด

53
ที่โต๊ะอาหารที่มีเพื่อนฝูง
อาหารอย่างเดิม
รสชาติไม่เคยเหมือนเดิม

54
ท่องแดน คิโนะคุนิยะ
สนุกใจเสมอ
ค้นพบหนังสือสอนวาดรูปสไตล์ญี่ปุ่น
เกือบยั้งใจไม่อยู่
คิดอยู่นาน สองนานก็ค้นพบว่า
อันที่จริงเราแค่กำลังอยากวาดรูป
พวกเซตอาหาร ข้าวของเครื่องใช้.

55
“แกะยางลบ” @ Yellow Submarine
สถานการณ์แสนสนุก
และการได้มีช่วงเวลาสั้นๆ
กับกลุ่มคนที่ชอบอะไรคล้ายๆกัน:)

บำับัด!

56
นศพ.ชั้นปีที่3
ในชั่วโมงสังคม มีสมุดโน๊ตที่เต็มไปด้วย รูปร่างของตัวการ์ตูนที่จะเอาไปแกะยางลบ
,
เปิดเทอมวันแรก ของฝากจากสหาย จะมาเสมอ :D

การเปิดเทอม
มาพร้อมกับ
การชั่งตวง
ให้น้ำหนัก
และสมดุล

57
ตั้งชื่อรถเมล์สาย 48 ว่าเป็น “รถเมล์อัศวิน” (พี่ขวัญ)
สุดเร็ว ยามค่ำคืน
สถานการณ์ต่างๆบนรถเมล์สอนให้รู้ว่า

หากมีการเชือดเชือนปะทะคารมกันบนรถเมล์
มีหรือที่กระเป๋ารถเมล์สุดปรี๊ด
และคนขับสุดแซ้บจะยอม

แต่วันนี้ต่างไปจากทุกวัน
ผู้โดยสารวีนแตก ปะทะ กระเป๋าใจร้อนนิดหน่อยกับคนขับใจเย็น
ผลมันก็เลยดีขึ้นหน่อย

“อภัย และ ใจเย็น”

58
พอเราค้นเจอไอดอลทางคล้าย
มันเหมือนกับว่ามีไฟฉายคอยส่องทาง
ไม่เดินได้ตามนะ แต่แค่แน่ใจว่าทางนี้ไม่อันตรายนัก

59
กับความรู้สึกว่า มี
หากไม่เคยมี ก็คงไม่ขาด
ที่รู้สึกขาด ก็เป็นเพราะว่าเคยมี

60
ทุกคืนวันศุกร์
ฉันนอนไม่ค่อยจะหลับ
ฉันออกไปเที่ยวกลางคืน
(คืนวันศุกร์,ซาไลว่า บาสตาร์ด)

,

อากาศ
แอลกอฮอล์

ุุุ61
ฮปบด ทู มี

,
ไม่รู้ว่าปลายทางจะไปสิ้นสุดลงที่ไหน
พอใจแล้วที่มีระหว่างทางที่มีความสุขดี

62
อันที่จริงคำตอบอาจจะไม่จำเป็น
ลองถามตัวเองเล่นๆ
หากยังมีความสนุกกับความรู้สึกอยากรู้

63
ที่มาของการกระทำอีกอีกฝ่าย
ไม่ได้เกิดจากแค่อีกฝ่าย

64
หนึ่งคำถาม
ให้ตอบด้วย ตรรกะ และ หัวใจ
แน่นอน
ฉันจะได้สองคำตอบ (เป็นส่วนใหญ่)

ุ65

66

ุ67
เศร้าใจอย่างประหลาดตอนเห็นคุณป้าทำความสะอาด
ปราศจากอาภรณ์ประจำตำแหน่ง

ไม่น่าเชื่อว่าชุดทำความสะอาด
มันปกคลุมอะไรบางอย่าง
เรามองเขาเป็นอะไร

,
อยากจะปลูกผัก
และเรียนรู้เรื่องชา ไปวันละนิด

68
ความจำเป็นของร้านกาแฟประจำใจ
สถานที่มันได้
แม้ฉันจะไม่ได้ดื่มกาแฟก็ตามที

แค่โกโก้เย็น,ขอเข้มๆ หรือขมๆ,โกโก้ค้นคลั่กนอนก้น :)
หนังสืออ่านดีสักเล่มหนึ่ง

,
หากความเห็นตรงกัน-ยิ่งอ่านก็ยิ่งมัน
เป็นการสนับสนุนพวกเดียวกัน

(ปราศจากอคติ)
หากคิดต่างกัน-อ่านแล้วค้านกัน
เข้าใจและยอมรับ=โลกที่กว้างขึ้น

,
หัวใจพองโตเสมอ
ตอนช้อปปิ้งหนังสือ
เกิน5เล่มต่อวัน
และหนึ่งในนั้นเป็น
“แคนโต้ หมายเลขหนึ่ง” (ฟ้า พูลวรลักษณ์)
ที่ประหลาดคือ หมายเลขหนึ่งไม่ได้มาก่อนหมายเลขสอง

๓๓๗
หัวใจของข้า
คือ
ธรรมชาติ

สนับสนุนด้วยร้อยเปอร์เซ็นในลัทธินี้:)

32-50,The Blues Are Still Blue

May 4, 2011

32
ความรักมันมีวันหมดอายุด้วยหรอพี่?”
มีสิ
“เหมือนอาหารกระป๋องนะหรอ?”
ไม่เหมือน
อาหารกระป๋องบอกวันหมดอายุไว้ใต้กระป๋อง
นี่ไม่บอกต้องลุ้นเอาเอง.

จาก “พลอย”

,

ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์ผู้ปฏิเสธการดาวน์โหลดเพลงอย่างเต็มตัว
สุดท้ายก็ไม่รอด!

มันเริ่มจากเพลงต่างประเทศที่ราคาต่อแผ่นแพงกว่าเพลงไทยสักเล็กน้อย
ด้วยข้อแก้ต่างว่า “ไม่เป็นไรหน่า ไม่ใช่ศิลปินไทย!”

แต่แล้วมันก็ไม่ได้หยุดแค่นั้น
เพลงไทยที่อดใจไม่ไหวก็โดนไปด้วยตามไป
“เอาหน่า เดี๋ยวค่อยตามไปซื้อละกันนะ!”

เมื่อใช้ข้อแก้ตัวเหล่านี้อยู่บ่อยๆ
ท้ายที่สุดฉันจึงเป็นมนุษย์ดาวน์โหลดอย่างเต็มตัว

ซีดีเพลงแ่ผ่นสุดท้ายที่ซื้อยอมรับว่า
มีอายุเกินกว่าปี มากกว่าปี อาจจะเกือบสองปี

:|

ฝุ่นเกาะ
แล้วมองกลับไปหาตัวเองในตอนนั้น

:|

ขอบคุณเพลงไทยในตอนนี้
ที่ดีซะจนความรู้สึกหยุดโหลดเพลง(ไทย)มันกลับมาได้จริงๆ

:)

(หรือมันจะดีมาตลอดอยู่แล้ว
เพียงแต่ฉันโดนลัทธิดาวน์โหลดครอบงำ!)

33

อ่านนิยายในตอนบ่ายอ่่อนๆ
คล้อยหลับตอนบ่ายแก่ๆ

เป็นฝันที่มีฉันกับเนื้อเรื่องในนิยายเล่มนั้น
(A Clockwork Orange)

“ความดีคือสิ่งที่มนุษย์เลือก
เมื่อเราไม่สามารถเลือกได้
เราก็ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป”

34

การหมกตัวอยู่ในร้านหนังสือขนาดใหญ่เป็นเวลานาน
มันมีความสุขไม่ต่างไปกับการเดินถือลูกโป่งแบบลอยขึ้นฟ้าได้ในตอนเด็ก:)

เกร็ดจาก สนพ.ผีเสื้อ
หากปรากฏว่าหนังสือเล่มนี้หน้ากระดาษหลุดจากเล่มเป็นแผ่นๆ
เนื่องจากมิได้ผ่านขบวนการเย็บกี่(ร้อยเส้นด้าย)
(เฉพาะกรณีที่กระดาษหลุดจากเล่มเป็นแผ่นเดี่ยวๆ)
โปรดส่งไปเปลี่ยนที่สำนักพิมพ์ผีเสื้อ
นอกจากจะได้รับเล่มใหม่โดยไม่เสียค่่าส่งแล้ว
สำนักพิมพ์ผีเสื้อยินดีมอบหนังสือเล่มอื่นๆให้อีก10เล่ม

35

ภูมิแพ้ อยู่กับฉันมานานจนค่อนข้างสนิทกัน
ฉันจัดการรับมือกับมันได้อย่างสบายๆ
อยู่กับมันได้โดยไม่ทำร้ายกันสักเท่าไหร่

ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีหน้าที่ที่จะจดจำสิ่งแปลกปลอมที่จะทำร้ายร่างกายเรา เช่นเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัสโดยการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นต่อสู้กับเชื้อโรค โรคภูมิแพ้เป็นภาวะที่ภูมิของร่างกายมีปฏิกิริยากับโปรตีนหรือสารก่อภูมิแพ้ allergen จากสิ่งแวดล้อมซึ่งปกติจะไม่มีอันตรายสำหรับผู้ที่ไม่แพ้ ปฏิกิริยานี้เริ่มเมื่อเราได้รับสารก่อภูมิแพ้ก็จะเกิดการสร้างภูมิที่เรียกว่า IgE antibody ตัว antibody นี้จะกระตุ้น Mast cell ให้มีการหลั่งสาร Histamin ขึ้นที่เนื้อเยื่อต่าง เช่น ผิวหนัง ปอด จมูก ลำไส้ ทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะต่างๆ อาการแสดงจะเกิดตามอวัยวะต่างๆ เช่นลมพิษที่ผิวหนัง คัดจมูก แน่นหน้าอกเนื่องจากหอบหืด บางรายอาจจะรุนแรงถึงกับเสียชีวิตได้ Anaphylaxis shock ...”

วิธีรักษา
รู้ว่าแพ้อะไรก็เลี่ยงสิ่งนั้นไปสิจ้ะ:)

36

ได้เป็นนางเอกเอ็มวีด้วยตัวเองในโมเมนต์หนึ่ง
(สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่)วันที่ฝนตกและลมพัดแรง กับ รถที่ยังไม่มา
ยืนรอ และ จุดหมายที่คอย
กลิ่นเหงาๆดันพัดมา,และเผอิญว่าฉันดันหายใจเข้าไปพอดี

Y.Y

1อาทิตย์มี7วัน
ปล่อยเป็นวันเหงาสัก1วัน
มันกำลังดี.

37

สนุก
กับ
งาน

38

การนับถอยหลังเป็นการเพิ่มพลังชนิดหนึ่ง

39

Tiger Translate ปี4 “ไทนี้รักสนุก”
บัตรฟรีๆ อีกปีแล้วนะ:)

40

วันนี้มีแต่บีเกิ้ล “ซน และ ตะกละ”
บอกได้2 อย่าง

41

อยากกินขนมไทย
แต่บอกไม่ได้ว่ากำลังอยากกินอะไร
นึกได้แค่ว่า มันต้องทำมาจากแป้งเหนียวๆ
เคี้ยวหยุบๆ หวานน้อยๆ กำลังดี

ให้โจทย์อาโกวไปแค่นี้ ก่อนที่จะออกไปตลาดน้ำตลิ่งชัน!

ได้ของตอบโจทย์กลับมา1อย่ีาง ลักษณะตามบรรยาย
1.เหนียวๆ เคี้ยวหยุบๆ ขนาดเท่าตัวดักแด้ได้
2.รอยข้าวพอง รสชาติเหมือนข้าวแต๋นเป๊ะ
3.ทั้งสองอย่างข้างต้น ราดด้วยน้ำเชื่อมสีข้นอีกที
เหมือนกับอะไรที่หวานๆสีออกน้ำตาล ที่ราดกันบนข้าวแต๋นนั่นแหละ

.

อีกอาทิตย์ให้หลังกว่าฉันจะทราบว่ามันคืออะไร..
,

(ทำไมข้าวแต๋น ต้องน้ำแตงโม?

ก็เพราะเขาใช้น้ำแตงโมทำจริงๆน่ะสิ
ไม่ใช่ที่ราดหวานข้างบนนะ
นั่นมันพวกน้ำเชื่อมน้ำอ้อย
น้ำแตงโมผสมข้าวเหนียวได้สีน้ำตาลอ่อนๆแบบที่เห็น:) )

42

คนเราต่างถีบถยานเพื่อที่จะได้ไปอยู่ในที่สูงๆ
แต่พอได้ไปอยู่ที่นั่นจริงๆแล้ว
กลับไม่เป็นเหมือนอย่างที่คิด
ไม่ได้ดี ไม่ได้วิเศษสักเท่าไหร่
สุดท้ายก็ต่างหาทางพาตัวเองกลับลงมา
แล้วค้นพบว่า มันอยากกว่าการพาตัวเองขึ้นไปให้ได้เสียอีก

,

สามัญ
เท่ากัน

,

คงไม่ต่างจากวิถีโปรเจกไตล์

43

Shoot the Music with Pen-Ek
May 28,2011

เป็นเอก และ ฉัน

1.รู้จักกัน(ผ่านหนังนะ)เมื่อ4-5ปีที่แล้ว
2.ยังจำแผ่นดีวีดี สีชมพูได้อยู่ในใจ แม้จะไม่ได้เข้าใจในหนังสักเท่าไหร่
3.แผ่นดีวีดีในข้อ2. ก็คือ Last Life in the Universe ที่หาไม่ได้ในร้านดีวีดีแผงปัจจุบัน
4.ยังคงที่จะตามค้นหา และปฏิเสธที่จะท้อใจ
5.ชอบตลก69 มากที่สุด ในเวลาที่ยังไม่ได้ดู ฝัน บ้า คาราโอเกะ
6.หลากหลายความบังเอิญที่นำพา ดูหนังอยู่เหมือนตัวเองเมากึ่มๆอยู่ทุกที
7.ดูพลอยมา4รอบมากกว่าเรื่องอื่นๆแบบไม่มีเหตุผลชอบก็แต่สายป่านตอนใส่กางเกงบ็อกเซ่อร์
8.!!!!งานนี้จึงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

44

“ใช้ชีวิตแบบมีตรรกะมากๆจะทำให้วิญญาณและรสนิยมหล่นหายไปได้” @deesakoo (ดี้ นิติพงษ์)

45

แรงดึงดูด – T-bone

46

ณ จุดที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง
อย่าไปเรียกเลยว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก
เหล่านี้มันไม่มีอยู่จริง
(ในจุดนี้.)

,

โดยสารไปกับนครชัยแอร์
ปลายทางคือเชียงใหม่
จุดเริ่มคือ หมอชิต2

เวลาสัก9ชั่วโมงกว่า
รถสองแถวสีแดง
ที่พักสไตล์ฮิปๆ Hallo Dorntel(นิมมานฯ13)

จักรยานยืมมา
แอลกอฮอล์เบาๆ
ก๋วยเตี๋ยวห่อไข่

อ่อ!เก้าอี้นั่งของนครชัย
มันนวดได้ ตุบตับๆ:)

47

เดินทางเอาใจไปรู้จัก
ทริปซอยวัดอุโมงค์ และมอเตอร์ไซค์ซ้อนสาม(มาย พี่ฟาน เบศ)
ติดตาม ได้ใน a day เล่ม 130

ได้คุยกับคน
ได้เห็นทรรศนะคน
ได้รู้จักคน
ได้รู้จักตัวเอง
:)

,

Salad Concept นิมมาน13
นอกจากสลัดอร่อยแบบขึ้นชื่อแล้ว
เหนือไปกว่านั้นคือเพลงที่เลือกเปิด
Belle and Sebastian ชุด The Life Pursuit
กรี๊ดกร๊าดเกินกว่าอะไรจะเทียม

สลัดมิกซ์เอง ร้านสวย ราคาพอดี เปิดเพลงBelle ว้ายละลายดีกว่า.

48

ท้องฟ้ามันครึ้ม
มันครึมออกอย่างนี้
….
งานยากขึ้นอีกสามเท่า
ประสบการณ์อัพขึ้นอีกนิดนึง

(ค้นพบว่าเป็นคนที่ไม่สามารถ
ดำรงอยู่ได้ในสถานการณ์เบาะแว้ง
แม้จะแค่นิดหน่อย
อึดอัดและอยากจะว้าบไป
แต่ กัมบัตเตะเนะ นะตัวเอง )

ฉากที่ลูกวิ่งไปหาคุณพ่อ
(เรียกคุณพ่อๆตลอดทางนะ)
พ่ออุ้มลูกแล้วหมุนๆๆๆๆ
มันมีอยู่จริง และมันน่ารักมาก:)

ไอติมไอเบอรี่กำลังจะแพ้่
ทั้งสายรุ้ง และไอติมกดกริ่งที่นิมมาน ซอย5

ข้าวซอยครั้งแรกในชีวิต
อร่อยดี ชอบน่ิองไก่ แบบแทะได้ที่สุด

ร้านเล่า
พี่ดัดฟันใจดี แอบยกNorwegian Wood เว่อร์ชั่นไทยเล่มสุดท้ายในร้านให้ แบบจ่ายตังค์นะ

49

ที่พักมีอาหารเช้าเป็นข้าวเหนียวหมูปิ้งน่ารักสุดๆ
ไปกาดหลวง กาดต้นลำไย ข้ามแม่น้ำปิง
ลัดเลาะย่านตึกเก่าแถวๆถนนเจริญราษฎร์ในวันที่ฟ้าสวยสุดๆ
มีร้านเค้ก ร้านชา ร้านกาแฟ และเข้าวัด
,กรี๊ดกับร้านชา(เวียงจุมออน)มากเป็นพิเศษจนแอบเพิ่มเอาไว้
ในลิสท์ความฝันแทนที่ร้านกาแฟไปแล้ว

นั่งพักและพูดคุย,รู้จักกัน:)

ฟ้า ยัง ฟ้า อยู่
,

แฮปปี้

50

โชคดีที่พอดี
อยู่แถวศิริราชตอนมีขบวนเสด็จ
เป็นขบวนเสด็จของ พระเทพฯ
“ที่กำลังบรรทม” อยู่บนรถ
แบบเห็นชัดๆ

เป็นโชคดีแก่ตาของข้าพเจ้ายิ่งนัก:)

Smilddd

23-31,นั่งเลี้ยงอารมณ์อยู่พอสมควร

April 8, 2011

23
“คำตอบไม่แน่ชัด
แต่แน่ใจ”

24
นั่งเลี้ยงอารมณ์

25
สำรวจตัวเองอยู่เสมอ

26
สะเทือนใจเสมอกับสิ่งที่ยอมกันไม่ได้
เรื่องเล็กๆน้อยๆ จะดีกว่ามั้ยที่สามารถทำใจให้ผ่านไป
เรื่องชกต่อยกลางสี่แยกปทุมวัน
นอกจากฉัน ยังมีขอทานแถวนั้นลุกขึ้นมาดู
มือที่กุดกลับโผล่ขึ้นมาราวกลับเสกได้
เมื่อเรื่องราวจบลงหลังตำรวจเข้ามาเคลียร์
ไทยมุงก็หายไปพร้อมๆกับแขนที่ซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด

27
ความต้องการในหนังนิ่งๆอุ่นๆที่ลุ้นอยู่ในใจยังมีต่อไป

28
จากพี่เคนที่พี่เคนรับมาอีกที
“คนหนุ่มสาวถ้ามีปีกแล้วไม่บิน ปีกก็คือส่วนเกินของชีวิต”

,

หวังว่าสักวันคงจะมีปีกที่ใช้งานได้จริง
(ถึงวันนี้อาจจะแค่พวกเป็ด
ที่มีปีกก็จริงใช้บินไม่ได้)
,

พลังงาน กับ เวลา
หากไม่ได้ลงมือทำอะไร ไม่เคยนึกคิดว่าเป็นเรื่องของเวลา
แต่ทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องของพลังงาน
ยี่สิบสี่ชั่วโมง ในหนึ่งวัน เพียงพอสำหรับการจัดสรรเสมอ
หากแค่พลังงาน มักหมดก่อนเวลาเสมอ

การเลือกจับคู่อะไรผิดๆ ก็ทำให้พลังงานหมดไวเกินควร
มันบั่นทอนพลังงานของกันและกัน

29
ปากกาดำลื่นเขียนดี คู่กับ สมุดไร้เส้นแบบกรีนรีด,
หากแต่งงา่นกัน แล้วมีลูกสักคน
สำหรับฉัน คิดว่าน่าจะเป็นลูกสาว
ฉลาดนิดหน่อยไม่ถึงกับเป็นกรด
เน้นไปทางเก๋แต่ไม่น่าจะกลวงนะ

30
“มองหาสิ่งสำคัญที่เหมาะสมกับชีวิตอยู่เสมอ”

31
ปกติแล้วช่วงวันหยุดยาวๆ
ครอบครัวของฉันไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวที่ไหนกัน
ส่วนใหญ่แล้วก็อยู่บ้าน ทำบุญตอนเช้าแล้วทำอาหารทานกันตอนเย็น
เป็นสูตรที่มีไว้สำหรับวันหยุดยาวทั้งหลาย
เหตุผลก็ไม่ไกลไปกว่า “คนเยอะแยะ แย่งกิน แย่งเที่ยว”
ซึ่งฉันก็คิดว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ

แต่วันนี้อะไรดลใจไม่ทราบ
ก็ไม่ได้เบื่อบ้าน หรือการกระทำตามสูตรเดิมแต่ประการใด
ความเข้าใจในเหตุผล คนเยอะ แย่งกิน แย่งเที่ยว ยังคงเหมือนเดิม
แต่สุดท้าย ที่หมายวันนี้อยู่ที่ “ตลาดน้ำอัมพวา”

ผิดคาด!

ตั้งแต่โมเมนต์ที่รถเข้าใกล้ปั๊มน้ำมันยอดฮิต
ได้เห็นรถเข้าคิวเลี้ยวซ้ายเป็นแถวยาวทั้งเข้าออก
ฉันกลับไม่รู้สึกเซ็ง หงุดหงิด หรืออยากจะถอยกลับ
หายใจเข้าปอดลึกๆหนึ่งที
แล้วบอกทุกคนในรถ “โอ้ยตื่นเต้นนนน..บลา บลา บลา”
แล้วสาธยายความตื้นตันที่ได้สัมผัส..
วันที่ทุกคนจะพร้อมใจกัน ขับรถออกจากบ้าน
เติมน้ำมันกันให้เต็ม โดยไม่แคร์ราคาที่กำลังเหยียบลิตรละ 40บาท
มุ่งหาที่เที่ยวตามสไตล์ สัมผัสคนที่เยอะเกินไปบ้าง
แต่นั่นแหละมันก็คือวันที่ร้านค้า เขาขยันขายของกันสุดฤทธิ์

สำหรับวันนี้แค่เจอร้านขายไอศครีมรสดี
ถังน้ำข้างทาง แบทเทิลกับ รถกระบะบรรทุกคน
เพลงในรถที่เพราะกำลังดีในขณะที่ออกไกลจากกทม.
ก็วิเศษณ์สุด กลบฤทธิ์ แอร์ร้อนที่ดันเจ๊งกลางทาง(ขาไป)
และตลอดขากลับ!

เพียงเปิดกระจกรับลมไม่ค่อยเย็น
เสียงดังของลมแบบแหวกอากาศ
ไอแดดที่ร้อนระอุที่ประตูฝั่งซ้าย

เฮ้อ+ไอศครีมรสดีสักแท่งล่ะกัน!

 

SMiLddd

20,21 and 22,Some time

April 5, 2011

20
ปากบอกไม่ติดกาแฟ
และยังยืนยันว่าเป็นเช่นนั้น
จริงๆ!

พลั้งเผลอก็แค่นิดหน่อย
สำหรับบางเวลาที่ยอมให้
บรรดาคาเฟอินทั้งหลายเข้ามารุกล้ำอธิปไตย

แต่คงไม่เหมาะกับวันหยุดเสาร์อาทิตย์
และวันหยุดนักขัตฤกษ์!

21

ส่วนผสมของการกระทำ
ที่สำคัญก็คือเวลา

22

need a rest?
,
bird
freedom
sky
,
dream
,
so i’m just fine!

SMiLDDD

17,18 and19,ถ้าโชคดีเราจะชอบกันมากกว่านั้นฉันจะรักเธอ

April 3, 2011

17
(เบื้องหลัง คือ คุณทรงกลด บางยี่ขัน
เบื้องหน้า คือ คอมพิวเตอร์ตัวประจำของคุณจิราภรณ์ วิหวา)

วันนี้ฉันนั่งทำงานที่โต๊ะพี่เต้ กดแป้นพิมพ์เสียงดังก๊อกแก๊ก
เป็นครั้งแรกที่นั่งทำงานจริงจังในสำนัก
ก็ปกติจะคิดว่าตนคือมนุษย์ค้างคาว
อาศัยความเงียบยามวิกาลช่วยเดินเรื่องราว

โต๊ะพี่เต้อยู่หน้าโต๊ะพี่ก้อง
(พี่ก้อง บก.ที่ยิ้มใจดีที่สุดในโลก)
ฉะนั้นตอนนี้เบื้องหลังของฉัน
ก็คือ พี่ก้อง บก.ที่ยิ้มใจดีที่สุดในโลก

,
เป็นกรี๊ดและภาคภูมิยิ่ง!
กับทุกสิ่งที่เล่ามา
,

(เงินห้าร้อยบาท เพื่อนชาวทีมจูฯชื่อเบศ
รับจากเจ้าของสำนักอะเดย์ชื่อพี่โหน่ง)

หลังจากจบคอร์สอะเดย์สคูล
ท้องของพวกเราชาวทีมจูฯก็ประกาศเรียกร้องอาหารกลางวัน
ต๊อกแต๊ก เฮฮา แล้วเดินไป

“อ้าวไปกินข้าวกันหรอ..” พี่โหน่ง
“ค่ะ/ครับ”

ธนบัตรมูลค่า 500 บาท
รับโดยเบศ สดๆจากพี่โหน่ง

ไม่ได้ดีใจที่จะได้กินข้าวกลางวันแบบฟรีๆ
แต่ดีใจจังที่พี่โหน่งใจดี

ก่อนหน้านี้
พี่โหน่งเจอหน้าฉันแล้วพูดว่า
“จูเนียร์ใช่มั้ย? เดี๋ยวค่อยมาถามชื่อละกันนะ
ถามตอนนี้เดี๋ยวจำไม่ได้”
ทั้งหมด3รอบ!

กว่าจะได้ถามชื่อกัน
ก็คงเป็นการพบหน้ากันครั้งที่4
“ชื่ออะไรนะครับ”
“มายค่ะ สมาย มาย:D”

และการเจอกันครั้งที่5
“สวัสดี มาย”

ว้าว
,
เราไม่ใช่แต่สักจะถามชื่อกันเพื่อเป็นมารยาท
แต่การถามชื่อกัน มันควรมีไว้เพื่อการรู้จักกัน
จริงๆ

18

ภารกิจเก็บภาพนาฬิกาที่อะเดย์ตอนสิบโมง
เริ่มปฏิบัติงานจันทร์นี้:D

19

(งานหนังสือ)
สวัสดีเพื่อนใหม่หวังใจว่าเราคงได้รู้จักกันในเร็ววัน
ถ้าโชคดีเราจะชอบกัน มากกว่านั้นฉันจะรักเธอ

เรียงจากซ้ายไปขวา
บันทึกนกไขลาน The Wind-Up Bird Chronicle
Haruki Murakami, นพดล เวชสวัสดิ์ แปล
After the Quake
Haruki Murakami, คมสัน นัน แปล
จักรวาล 1×1 เมตร
ม.ย.ร.มะลิ
เวลาติดปีก
ม.ย.ร.มะลิ
คนไขลาน A Clockwork Orange
Anthony Burgess, ปราบดา หยุ่น แปล
อ่านออกเสียง
เผ่าเจ้า กำลังใจดี
มีตำหนิ
วรพจน์ พันธุ์พงศ์ :)
บันทึกของคนเสื้อขาว Doctor Glas
Hjalmar Soderberg, ประสิทธิ์ ตั้งมหาสถิตกุล แปล

รสนิยมการจับจ่ายซื้อหนังสือคราวนี้แปลกกว่าทุกที
งดการบริโภคงานหนักที่แสนเรียล
มาเสพย์งานกุ๊กกิ๊กพอเบาๆและงานแปลแบบมึนๆ(แต่ก็หนักเอาการ)

กลุ่มงานกุ๊กกิ๊กพอเบาๆ
จักรวาล 1×1 เมตร
,ม.ย.ร.มะลิ
เวลาติดปีก
,ม.ย.ร.มะลิ

ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยซื้องานของ ม.ย.ร.มะลิเลย
ก็เพราะหน้าปกมันดึงดูดฉันไม่สำเร็จ
มองวาบแรก พวกมันก็ถูกจัดให้ในหมวด
หนังสือกุ๊กกิ๊กไปวันๆไม่มีอะไร

“เวลาติดปีกดีมากๆเลยนะอ่านแล้วได้แรงบันดาลใจอยากจะเขียนหนังสือเลย..” พี่ก้อง
(เหตุการณ์เกิดก็ตอนฉันไปปั่นงานก๊อกแก๊กๆอยู่หน้าโต๊ะทำงานพี่ก้อง)

ว้าว,และลองแล้วก็ติดใจ
อ่านสองเล่มควบกันได้ระยะทางครึ่งเล่มสูสี
ถูกใจและบันดาลใจจริงๆนะ :D
(โดยเฉพาะราคาแสนถูกของ จักรวาล1×1เมตร ที่เหลือ90บาทเท่านั้น)

กลุ่มงานแปลแบบมึนๆ(แต่หนักเอาการ)
บันทึกนกไขลาน The Wind-Up Bird Chronicle

Haruki Murakami, นพดล เวชสวัสดิ์ แปล
(แม้จะหนาไปกว่านิสัยรักการอ่านของฉันจะทานไหว
แต่ด้วยราคาที่ลดกันถึง 50%)
After the Quake
Haruki Murakami, คมสัน นัน แปล
(ด้วยที่ว่าเก่าและหายากสักเล็กน้อย)
คนไขลาน A Clockwork Orange

Anthony Burgess, ปราบดา หยุ่น แปล
(เคยได้ยินว่าเป็นหนังดี แต่ยังไม่มีโอกาสได้ดู
บวกกับความเฉิ่มที่รอแต่แผ่นแท้จากใต้ลิโด้ แมงป่อง และบูมเมอแรง
เมื่อไม่มี ก็เลยต้องอ่านเอา,เชื่อมือ พี่คุ่น ด้วยส่วนหนึ่ง)
บันทึกของคนเสื้อขาว Doctor Glas
Hjalmar Soderberg, ประสิทธิ์ ตั้งมหาสถิตกุล แปล
(“ฉันรักไดอารี่ของคุณ แต่ฉันทนคุณไม่ได้เลย
คุณช่างเป็นคนที่มีความสุขบนความทุกข์และความตั้งใจอย่างยิ่งยวด
กับการทรมานตน อิ่มเอมกับการบังคับข่มเหงจิตใจของตนเอง
คุณคือคนที่ดื่มกินความเศร้าเป็นอาหาร และถึงที่สุด
คุณมีความสุขกับการจัดแสดง ความทุกข์ของคุณสู่สายตาเพื่อนมนุษย์”…คำ ผกา”

กลุ่มชาวไทยใจดี
อ่านออกเสียง

เผ่าเจ้า กำลังใจดี
(ด้วยพี่ต๊ะกำลังนั่งแจกลายเซ็นอยู่ บวกกับความฮายามเย็นที่พี่แกมาปล่อยไว้ที่ออฟฟิศอะเดย์เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระที่กลายร่างเป็นหมีพูห์)
มีตำหนิ
วรพจน์ พันธุ์พงศ์ :)
(ตำหนินี้ทำไว้ที่งานหนังสือครั้งที่ 39)

SMiLDDD



Follow

Get every new post delivered to your Inbox.