ฉันมันมนุษย์ประหลาด
ประหลาดมาตั้งแต่จำความได้
หากเทียบเคียงกับทฤษฎีบ้า-ไม่บ้า
ที่เขาว่ากันบ้า พวกคนบ้า จะคิดว่าตัวเองไม่บ้า
ในเคสความประหลาดของฉัน
ไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องใดๆกันเลย
ฉันเป็นคนประหลาดอย่างแท้จริง
เข้าใจและยอมรับมัน,ว่าฉันมันสุดพิลึก
ในวาระการมีอายุครบ24ปีอย่างสมบูรณ์เมื่อวานนี้
ฉันตั้งใจรวบรวมสติ
สรุปบัญชียอดความคิดกึกกือบิดเบี้ยว
นับแต่ที่ดูเป็นชิ้นเป็นอันมีหลักฐานและข้อสรุป
ยอมรับจากใจตนเองและคนใกล้ชิดอีกสักคน สองคน
โอ,จะว่าไปอย่าไปสนใจเรื่องตัวเลขเลย
เรามาก้าวข้ามหน่วยการวัดทั้งปวงกันดีกว่า
เหล่านี้มันสร้างปัญหาพอๆกับไอ้พวกคำคุณศัพท์
บอกสวย บอกรวย บอกเท่
อยากได้ฟัง อยากได้ยิน ที่สำคัญอยากจะเป็น
ล้วนแล้วแต่สร้างปัญหา,นอกเรื่องนอกประเด็นไปสักนิด
เรื่องราวพิลึกกึกกือยุกยิกเน้นกุ๊กกิ๊ก
มากมายหลายครั้งก็เกี่ยวกับอะไรประมาณว่า
“ฉันเกิดมาทำไม?”
ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้มีน้ำเสียงออกไปทาง
น้อยใจชะตาชีวิตแต่ประการใด
ก็แค่มันสงสัย คำถามจึงผุดออกมาเพื่อแสดงความอยากรู้
จนกว่าคำตอบจะแจ้งชัด เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น
ฉันถึงจะสามารถกำจัดมันไปได้สิ้น
ซึ่งแน่นอนไม่ใช่ตอนอายุ 24ปี กับ 1วัน
เพียรพยายามมองปัญหา
แลปมในจิตใจมาตั้งแต่วัยเยาว์
แต่ไม่เคยจะเพ็งเจาะเจอเหตุแห่งความประหลาดแต่ประการใด
พ่อแม่ ที่ฉันเรียกท่านว่าป๊า-ม้า มอบความรักให้ฉันในระดับที่เรียกได้ว่าครอบครัวอบอุ่น
ที่สำคัญมีให้เท่ากันทั้ง4พี่น้อง,อาจจะไม่เป๊ะ แต่ก็ไม่ขนาดสร้างปัญหาเบาะแว้งระแคงใจ
ฉันเป็นพี่คนที่สอง
เป็นน้องคนแรก
มีน้องสองคน
มีพี่หนึ่งคน
ฉันเป็นลูกสาวคนที่หนึ่ง
แต่ถ้าจะให้เรียงจริงๆจะได้ว่าฉันเป็นลูกคนที่สอง
พูดยากไป , เอาใหม่ จะแสดงลิสต์ให้ดูโดยละเอียด..
พี่ชาย,ฉัน,น้องสาวหมายเลขหนึ่ง,น้องชายหมายเลขหนึ่ง(แต่เป็นลูกคนที่สี่)
:D ละเอียดยิบ
พวกเรารักใคร่กลมเกลียวกันดี
ทะเลาะเบาะแว้งตบตีกันบางที
ในเรื่องขนมลูกอม ตุ๊กตา เสื้อผ้า อะไรปกติ
ในด้านการศึกษาตั้งแต่ชั้นอนุบาลจวบจนมหาวิทยาลัย
ท่านป๊า-ม้า ได้ตั้งใจเลือกสรรโรงเรียนให้ฉันเป็นอย่างดี
จนชั้นมหาวิทยาลัย ฉันก็ตั้งใจเลือกสรรที่นั่งให้ตนเองโดยเหมาะสมอีกเช่นกััน
กล่าวคือ ฉันไม่อ่านหนังสือหนังหน่วงบ้าคลั่งจนขั้นเครียด
เพราะเชื่อว่าจะมีแรงดึงดูดระหว่างฉันกับที่นั่งที่มหาวิทยาลัย
สุดท้าย มันก็มีอยู่จริงๆ ฉันชอบที่นั่น และไม่เคยคิดสักครั้งที่จะซิ่วไปไหน
แม้มันจะยวนใจคนอย่างฉันมากก็ตามที , ในแง่ที่ว่า
หากฉันรู้จักคำกริยาตัวใด ยากยิ่งที่จะเลี่ยงไม่ลองทำคำกริยานั้นดูสักครั้ง
(หากมันไม่ใช่สิ่งชั่วร้ายพวก ลักทรัพย์ ฆ่าคน เล่นพนัน ข่มขืน..เหล่านั้น)
และกับบุคคลอันทรงพลังนาม เพื่อน ยิ่งแ้ล้วใหญ่
ปริมาณไม่มาก แต่คุณภาพคับคั่ง
โอ้ , เลี่ยงในประเด็นคุณภาพทิ้งเสียดีกว่า
เรียกว่า เหมาะสมและเคียงคู่กันได้อย่างสบายใจสุดๆ
ไม่ถึงกับมองตาแล้วรู้ใจ ก็ต้องมีพูดจากันสักเล็กน้อยก่อนก็จะเข้าใจกันโดยง่ายดาย
และสิ่งนี้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งแต่ฉันเชื่อว่าส่งแรงดึงดูดถึงกัน
พวกเราทุกคนถูกติดแม่เหล็กแห่งความลับเอาไว้ที่ไหนสักแห่งในร่างกายมาตั้งแต่เกิด
สักวันยังไงเราก็ต้องพบกัน , หากคุณไม่ทำแม่เหล็กหล่นหายหรือทิ้งไว้นานเสียจนหมดอายุ
พูดง่ายๆว่าฉันเชื่อในเรื่องของ “พรหมลิขิต” อย่างเต็มหัวใจ
มันมีให้ได้กับในทุกเรื่อง ไม่ได้แค่ว่าจะเป็นแค่เฉพาะกับคู่แท้ปาฏิหารณ์แห่งความรักเพียงเท่านั้น
ซึ่งเรื่องนั้นฉันยังหาไม่พบ , และไม่ค่อยแน่ใจว่าแม่เหล็กสำหรับคนๆนี้หมดอายุไปแล้วหรือยัง
เข้ามาบ้าง เข้าไปบ้าง ประปราย แล้วหายไป อย่างวัยรุ่น
บางช่วงแสนสุข ส่วนบางช่วงก็ยากลำบาก
และฉันก็จะไม่บอกอย่างเด็ดขาดว่า
โอ้ , ฉันชอบชีวิตโสดอย่างเหลือเกิน หรือว่า
โอ้ , คนรักอย่างฉันวิเศษณ์อย่างที่สุด หรือว่า
โอ้ , คนอะไรระยำจัง
มันแล้วแต่ช่วงชีวิต ความพอดี และรอบเดือน
ไม่มีใครจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้้ได้ทั้งหมดความความคิดของเรา
ไม่มีใครอยากจะสร้างความบาดเจ็บไม่ลงรอยต่อกัน
บอกแล้วมันเป็นเรื่องของ ช่วงชีวิต ความพอดี และรอบเดือน
.
.
.
เหนื่อยนักก็พักหน่อย
แล้วฉันจะรีบกลับมาเล่าให้ฟังต่อละกัน
จากลากันในวันแรกของนักเล่าด้วยคอลเล็กชั่นนักนอน บันดาลใจ
(สุดท้ายเป็นการนอนกับแตงกวา , เพื่อสุขภาพของตา )
credit :: tumblr
“My Boys” – Taken By Trees
There isn’t much that I feel I need
A solid soul and the blood I bleed
But with a little girl, and by my spouse,
I only want a proper house
I don’t care for fancy things
Or to take part in the freshest wave,
But to provide for mine who ask
I will, with heart, on my father’s grave
On my father’s grave
(repeat)
I don’t mean to seem like I
Care about material things,
Like a social status,
I just want
Four walls and adobe slats
For my boys
(เนื้อเพลงโดนฉันแต่ระวังไว้ที่ว่า ไม่ได้มี father’s grave)


