ขอนแก่นสิบวันกับภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน :D
มีความฮุฮิ ดีใจโลดแล่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้วกับการออกต่างจังหวัด
ด้วยความคิดเห็นว่า ยิ่งไกลยิ่งดี ยิ่งลำบากยิ่งดี
, แต่ไม่รู้ดียังไงนะ !
คล้ายเป็นมโนสำนึก เป็นความชอบส่วนบุคคล
ดีใจที่จะได้รู้จัก ลงสัมผัสและคลุกคลี
เอาตัวออกห่างจากบทเรียนในห้อง
แล้วไปมองอะไรข้างนอกบ้าง เหตุผลเท่านี้
ก็ดีเพียงพอแล้วละนะ ฉันว่า.
ณ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น
1. วิวาห์
สองคู่ สองความขาวที่ดูฟูฟ่อง ,นึกคิดให้โรแมนติกอาจต้องใช้กำลังเข้าช่วย
ณ โมเมนต์นั้น เพียงแค่ชื่นชอบในความขาว แลดูอบอุ่นของชุดเจ้าสาวทั้งสอง
“อันที่จริงคนเราอยู่คนเดียวก็มีความสามารถดูแลตน สร้างความสุขให้กับตัวเองได้ดีในระดับหนึ่ง ฉันเชื่อแบบนั้น , แต่ก็เชื่ออีกเช่นกันว่า อันที่จริงคนเราก็สมควรจะมีใครสักคน มาดูแลกัน และสร้างความสุขแบบยกระดับให้แก่กันและกัน”
แต่ตอนนี้ยังอินกับความฟูฟ่องของชุดเจ้าสาวมากที่สุด!
2.เด็กน้อย (ภาษาอีสาน) หรือ เด็กเด็ก (ภาษากลาง)
ความเป็นเด็ก ไม่ใส่สาร ไม่ปรุงรส ,
เมื่อเขา่ยิ้ม ข้างในก็ยิ้ม
เมื่อเขาหัวเราะ ข้างในก็หัวเราะเช่นกัน
เมื่ออยากได้ ก็พูดขอ
พอเล่นเบื่อ ก็นอนหลับ
,
ในช่วงหนึ่งสนุกได้สุดใจภายใต้การคุ้มครองและความรัก แต่พอช่วงเวลาเหล่านั้นผ่านไป ในตอนที่สมองพร้อมทำงานอย่างเต็มกำลัง อะไรหลายอย่างก็เปลี่ยนไป
ความเป็นจริงคือทุกคนต้องเติบโต แต่อย่าลืมส่วนผสมแห่งความเป็นเด็กก็เท่านั้น
หากมีมันเราอาจจะเหนื่อยกันน้อยลง.
ฉันว่าึคนแก่แผ่รังสีความเย็นออกจากตัวได้ เป็นอารมณ์ร่มๆไม่้ร้อนไม่รีบ สัมผัสได้หากอยู่ใกล้ หากมองย้อนกลับไปในวัยเด็ก มันเหมือนกราฟที่พยายามลากขึ้นสูงในช่วงกลางด้วยการออกแรงลำบากกายต่างๆนานาสุดท้ายเมื่อพอใจก็ดับเครื่องลงเขาคืนสู่สามัญอันนี้จัดว่าเป็นวัยชรา ซึ่งช่วงนี้เราแทบไม่ได้ออกแรงเลย มันเป็นไปเอง , ในเมื่อเริ่มต้นและสุดท้ายมันก็คือจุดๆเดียวกัน–บางอย่างที่เราทำ เป็นการออกแรงมากเกินควรหรือเปล่า? แน่นอนฉันอยากเดินไปข้างหน้า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องขึ้นสูง.
*โปรเจกต์ เจอนี่นั่นโน่น:D
** Smild








